การดำเนินชีวิตของมุสลิมในยุคดิจิทัลยังคงต้องอยู่ภายใต้กรอบคำสอนของอิสลาม ขณะเดียวกันอิสลามไม่ได้ปิดกั้นการใช้ชีวิตในโลกนี้ แต่ให้มุสลิมรักษาสมดุลระหว่างการดำเนินชีวิตในโลกปัจจุบันกับความรับผิดชอบต่อโลกหน้า โดยยึดหลักศาสนาเป็นแนวทางในการใช้ชีวิต
การใช้สื่อสังคมออนไลน์จึงต้องคำนึงถึงสิ่งที่อนุมัติและต้องห้าม โดยเฉพาะการไม่ละเมิดสิทธิและศักดิ์ศรีของผู้อื่น ไม่เปิดเผยความลับ ไม่สร้างความเสียหายหรือฟิตนะฮ์ และไม่ปล่อยให้สื่อออนไลน์กลายเป็นสิ่งทำลายครอบครัว แต่ควรใช้เป็นเครื่องมือส่งเสริมคุณธรรม ความดี และการสร้างสรรค์สังคม
1) มุสลิมต้องเป็น “มนุษย์ 2 โลก”
ตามคติธรรมของอิสลาม, ดังความที่ปรากฏในอัลกุรอานที่ว่า:
وَمِنْهُم مَّن يَقُولُ رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الْآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ – البقرة : ٢٠١
มีบางคนกล่าวว่า “โอ้พระผู้อภิบาลของเหล่าข้าพระองค์ โปรดประทานสิ่งที่ดีงามให้แก่เหล่าข้าพระองค์ในโลกนี้และสิ่งที่ดีงามให้แก่เหล่าข้าพระองค์ในโลกหน้าด้วย และโปรดปกป้องเหล่าข้าพระองค์จากการลงทัณฑ์แห่งไฟนรก”. (อัลบะก่อเราะฮ์ / 201)
2) การดำเนินชีวิตของมุสลิม
2.1 มุสลิมในฐานะที่เป็น “ผู้ปวารณาตนเองอยู่ในระบอบของศาสนาอิสลาม”, การดำเนินชีวิตของเขาก็จะต้องอยู่ในกรอบของอิสลาม เพราะตามคติธรรมของศาสนานี้ ก็คือ พระเจ้าเป็นเจ้าของศาสนาเป็นผู้กำหนดและตราบทบัญญัติศาสนาทั้งมวล เมื่อเขาปวารณาตนเองว่า ยอมรับนับถือหลักธรรมคำสอนของศาสนานี้ เขาก็จะต้องปฏิบัติอยู่ในกรอบของคำสอนที่มาจากพระเจ้า
2.2 กรอบของอิสลามที่ว่านั้น ก็ใช่ว่าจะคับแคบสะจนมุสลิมพบกับความอึดอัดและไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ได้.
2.3 มุสลิมทุกคนต้องสำนึกอยู่ตลอดเวลาว่า อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮ์ ทรงสร้างพวกเขามาให้ใช้ชีวิตในโลกนี้ นั่นก็แสดงว่า โลกนี้จะต้องเหมาะสมสำหรับการดำรงชีวิตของพวกเขา มิเช่นนั้นพระองค์ก็คงไม่ทรงโลกนี้มาเพื่อให้เราดำรงชีวิต เพราะในหลักสัจธรรมนั้น พระองค์อาจสร้างแค่โลกเดียวก็ได้ หากโลกเดียวนั้นเหมาะสมสำหรับพวกเขา อันเป็นไปตามกฎเกณฑ์โลกที่ได้รับอานิสงส์ความเข้าใจจากโองการแห่งอัลกุรอานที่ว่า
الَّذِينَ يَذْكُرُونَ اللَّـهَ قِيَامًا وَقُعُودًا وَعَلَىٰ جُنُوبِهِمْ وَيَتَفَكَّرُونَ فِي خَلْقِ السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضِ رَبَّنَا مَا خَلَقْتَ هَـٰذَا بَاطِلًا سُبْحَانَكَ فَقِنَا عَذَابَ النَّارِ – آل عمران : ١٩١
(คือ) บรรดาผู้ซึ่งระลึกถึงอัลลอฮ์ทั้งในยามยืน ยามนั่ง และยามนอนตะแคง และพวกเขาคิดใคร่ครวญเรื่องการสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและผืนแผ่นดิน (แล้วกล่าวว่า) “โอ้พระผู้อภิบาลของเหล่าข้าพระองค์ พระองค์มิได้ทรงสร้างสิ่งเหล่านี้อย่างไร้สาระ มหาบริสุทธิ์ยิ่งเป็นของพระองค์ ได้โปรดปกป้องเหล่าข้าพระองค์จากการลงทัณฑ์แห่งไฟนรกด้วยเทอญ”. (อาลุอิมรอน / 191)
3) อิสลามคือความสมบูรณ์แบบและเหมาะสมสำหรับนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตในโลกนี้
الْيَوْمَ أَكْمَلْتُ لَكُمْ دِينَكُمْ وَأَتْمَمْتُ عَلَيْكُمْ نِعْمَتِي وَرَضِيتُ لَكُمُ الْإِسْلَامَ دِينًا – المائدة : ٣
…วันนี้ข้าได้ทำให้ศาสนาของพวกเจ้าสมบูรณ์เพื่อพวกเจ้าแล้ว ข้าได้ทำให้คุณูปการของข้าบริบูรณ์แก่พวกเจ้า และข้าพึงพอใจให้อิสลามเป็นศาสนาของพวกเจ้า… (อัลมาอิดะฮ์ / 3)
4) ยุคดิจิทัล
เป็นยุคของคนรุ่นใหม่ที่ผู้ปกครองต้องเรียนรู้ไปพร้อมกับลูกหลาน และใช้ประสบการณ์ตรงในการใช้ชีวิตของตนเองมาปรับใช้กับพวกเขา, ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิ วะอาลิฮีวะซั้ลลัม) มีวจนธรรมว่า:
إِنَّ اللهَ يُحِبُّ الشَّبَابَ الَّذِي يُفْنِي شَبَابَهُ فِي طاعة الله تعالى[2]
“อัลลอฮ์ทรงโปรดชายหนุ่ม (หญิงสาว) ซึ่งใช้วัยหนุ่มสาวของเขาไปในการเชื่อฟังปฏิบัติตามอัลลอฮ์ ตะอาลา”.
مَنْ تَعَلَّمَ فِي شَبَابِهِ كَانَ بِمَنْزِلَةِ الرَّسْمِ فِي الْحَجَرِ وَمَنْ تَعَلَّمَ وَهُوَ كَبِيْرٌ كَانَ بِمَنْزِلَةِ الْكِتَابِ عَلَى وَجْهِ الْمَاءِ.[3]
“บุคคลใดที่เรียนรู้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว ก็เปรียบเสมือนการจารึกลงบนแผ่นหิน (ฝังแน่น) ส่วนบุคคลใดที่เรียนรู้ในวัยเติบใหญ่แล้ว ก็เปรียบเสมือนการเขียนบนผืนน้ำ (ยากและอยู่ไม่นาน)”.
5) การใช้สื่อสังคมออนไลน์ต้องคำนึงถึงหลักการศาสนาในเรื่องอนุมัติและต้องห้าม เช่น
5.1 ไม่อนุญาตให้ล่วงล้ำสิทธิและเกียรติยศของผู้อื่นเป็นอันขนาด แม้นว่าเขามิใช่มุสลิมก็ตาม เพราะมนุษย์ทุกคนเป็นสิ่งถูกสร้างอันสมบูรณ์แบบของพระเจ้า
وَإِذْ قَالَ رَبُّكَ لِلْمَلَائِكَةِ إِنِّي خَالِقٌ بَشَرًا مِّن صَلْصَالٍ مِّنْ حَمَإٍ مَّسْنُونٍ . فَإِذَا سَوَّيْتُهُ وَنَفَخْتُ فِيهِ مِن رُّوحِي فَقَعُوا لَهُ سَاجِدِينَ – الحجر : 28-٢٩-
(จงรำลึก) เมื่อ (ครั้งที่) พระผู้อภิบาลของเจ้าตรัสแก่มะลาอิกะฮ์ว่า ข้ากำลังสร้างมนุษย์คนหนึ่งจากดินเหนียวแห้งที่มาจากโคลนตมเน่าที่เปลี่ยนสภาพ. เมื่อข้าได้ทำให้ (ร่างกายของ) เขาสมส่วนแล้ว ข้าก็ได้เป่าดวงวิญญาณของข้าเข้าไปในตัวเขา ดังนั้นพวกเจ้าจงทรุดกาย (ซุญูด) แสดงคารวะต่อเขา. (อัลฮิจญร์ 28-29)
5.2 อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮุวะตะอาลา ทรงยกย่องและเทิดเกียรติมนุษย์ทุกคน
وَلَقَدْ كَرَّمْنَا بَنِي آدَمَ وَحَمَلْنَاهُمْ فِي الْبَرِّ وَالْبَحْرِ وَرَزَقْنَاهُم مِّنَ الطَّيِّبَاتِ وَفَضَّلْنَاهُمْ عَلَىٰ كَثِيرٍ مِّمَّنْ خَلَقْنَا تَفْضِيلًا – الإسراء
แน่นอนยิ่งเราได้ยกย่องลูกหลานอาดัม เราได้นำพาพวกเขา (โดยสาร) ไปบนบกและในทะเล เราได้ประทานปัจจัยยังชีพอันมาจากสิ่งสะอาดบริสุทธิ์แก่พวกเขา และเราได้เทิดเกียรติพวกเขาให้เหนือกว่าผู้ที่เราได้สร้างมาอย่างมากมาย. (อัลอิสรออ์ / 70)
5.3 ต้องระมัดระวังตนเองไม่เข้าล่วงไปในเกียรติยศของผู้คนทั้งหลาย, ท่านอิมามบาเก็ร (อะลัยฮิสซะลาม) มีวจีธรรมว่า:
مَنْ كَفَّ نَفْسَهُ عَنْ أَعْرَاضِ النَّاسِ أَقَالَ اللهُ نَفْسَهُ يَوْمَ الْقِيَامَةِ[4]
“บุคคลใดยับยั้งตนเองจาก (การละเมิด) ศักดิ์ศรีของ (ความเป็น) มนุษย์ อัลลอฮ์จะทรงอภัย (ในความผิดบาปของ) เขาในวันฟื้นคืนชีพ”.
5.4 ระวังเรื่องการเปิดเผยความลับของผู้อื่น มิเช่นนั้นก็จะเป็นการทุจริต, ท่านอะมีรุ้ลมุอ์มินีน อะลี บินอะบีฏอลิบ (อะลัยฮิสซะลาม) มีวจีธรรมว่า:
قال أمير المؤمنيني ع : مَنْ أفْشَى سِرَّا اسْتَوْدَعَهُ فَقَد خانَ.[5]
“บุคคลใดเผยความลับที่ฝากฝังให้เขารักษาไว้ ก็เท่ากับเขาได้ทุจริต (ต่อหน้าที่)”.
5.5 การตามกระแสที่ปรากฏในสื่อออนไลน์นั้น ต้องระวังเรื่อง “การสร้างความเสียหาย” หรือที่เรียกว่า “ฟิตนะฮ์”
وَإِذَا قِيلَ لَهُمْ لَا تُفْسِدُوا فِي الْأَرْضِ قَالُوا إِنَّمَا نَحْنُ مُصْلِحُونَ
และเมื่อพวกเขาได้รับการบอกกล่าวว่า “พวกท่านอย่าได้สร้างความเสื่อมเสียบนหน้าแผ่นดินเลย” พวกเขาพูด (โต้ตอบ) ว่า “อันที่จริงพวกเราเป็นผู้ฟื้นฟู (ต่างหาก)”. (อัลบะก่อเราะฮ์ / 11)
… وَالْفِتْنَةُ أَشَدُّ مِنَ الْقَتْلِ … البقرة : ١٩١
…การสร้างความเสียหายนั้นร้ายแรงยิ่งกว่าการสังหารนั้น… (อัลบะก่อเราะฮ์ / 191)
6) เราต้องรักษาสมดุลของการใช้สื่อออนไลน์ ไม่ให้เป็น “ตัวทำลายสังคมครอบครัว” ก่อนที่จะเป็น “ตัวส่งเสริมสังคมครอบครัว”
อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮุวะตะอาลา ตรัสอย่างชัดเจนว่า ครอบครัวเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เป็นอนูย่อยของสังคมใหญ่ ที่มีโอกาสทั้งเป็นตัวเสริมหรือตัวทำลายสังคมใหญ่
يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا قُوا أَنفُسَكُمْ وَأَهْلِيكُمْ نَارًا وَقُودُهَا النَّاسُ وَالْحِجَارَةُ … التحريم : ٦
บรรดาผู้มีศรัทธาเอ๋ย พวกเจ้าจงปกป้องตัวพวกเจ้าและครอบครัวพวกเจ้า (ให้พ้น) จากไฟนรก เชื้อเพลิงของมันคือมนุษย์และหิน… (อัตตะห์รีม / 6)
وَأَنفِقُوا فِي سَبِيلِ اللَّـهِ وَلَا تُلْقُوا بِأَيْدِيكُمْ إِلَى التَّهْلُكَةِ ۛوَأَحْسِنُوا ۛ إِنَّ اللَّـهَ يُحِبُّ الْمُحْسِنِينَ
พวกเจ้าจงบริจาค (ทรัพย์สิน) ไปในวิถีทางแห่งอัลลอฮ์[6] และอย่ายื่นมือของพวกเจ้าไปสู่ความหายนะ จงทำให้ดี[7] แท้จริงอัลลอฮ์ทรงโปรดบรรดาผู้ประพฤติดี. (อัลบะก่อเราะฮ์ / 195)
ต้องพยายามใช้สื่อออนไลน์ให้เป็น “ตัวเสริมคุณธรรมความดี” มิใช่เป็น “ตัวเสริมส่งความชั่วร้าย”
وَتَعَاوَنُوا عَلَى الْبِرِّ وَالتَّقْوَىٰ ۖ وَلَا تَعَاوَنُوا عَلَى الْإِثْمِ وَالْعُدْوَانِ …المائدة : ٢
…พวกเจ้าต้องร่วมมือกันทำคุณงามความดีและสร้างความยำเกรง (ต่ออัลลอฮ์) และอย่าได้ร่วมมือกันทำบาปและกดขี่ข่มเหง…(อัลมาอิดะฮ์ / 2)
7) การเข้าร่วมกิจกรรมออนไลน์ทุกอย่างที่มีเป้าหมายเพื่อผดุงคุณธรรมความดีงามในสังคม หรือพิจารณาให้แคบลงก็คือเพื่อสร้างสรรค์สังคมอิสลามนั้น
ถือเป็นความชอบธรรมและอนุญาตให้ทำได้ เพียงแต่ต้องระวังการแสดงทัศนะหรือให้คำตอบเชิงศาสนา เพราะอย่าลืมว่า ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาของอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮ์ ที่ทรงประทานผ่านมายังท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิ วะอาลิฮีวะซั้ลลัม) ให้ป่าวประกาศและอธิบายความตามกรอบที่พระองค์ทรงวางไว้ และเมื่อท่านศาสดาต้องจากโลกนี้ไป หน้าที่ก็ถูกส่งมอบต่อไปยังบรรดา อิมามแห่งอะฮ์ลุลบัยต์ และในยุคสมัยสุดท้ายที่มีอิมามมะฮ์ดี เป็นอิมามผู้ทรงธรรม์และชี้นำทางนั้น อาจจำเป็นต้องอาศัยการอธิบายผ่านนักวิชาการศาสนา (อุละมาอ์) ฉะนั้น เรื่องบางเรื่องที่มีแง่มุมตามหลักการศาสนาเป็นการเฉพาะ เช่น อนุญาต-อนุมัติ (ฮะล้าล-ฮะรอม) ก็จำเป็นต้องอาศัยคำตอบจากบรรดานักการศาสนาเท่านั้น ส่วนประเด็นอื่น อันเป็นคุณงามความดีสามัญทั่วไป หรือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้โดยง่ายแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นเรื่อง จรรยามารยาทและการใช้ชีวิตในสังคมนั้น อาจอธิบายความเสริมส่งกันได้ ไม่ผิดแต่ประการใด.
- เชิงอรรถ
[1] งานกะดีนอก (มัสยิดดิ้ลฟัลลาห์) วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568
[2] كنز العمال : 43060
[3] البحار : 1/222/6
[4] الشيخ الكليني: الكافي، ،ج2، ص305، ح14.
[5] الليشي الواسطي، علي بن محمد، عيون الحكم والمواعظ، ص446.
[6] เช่น ในเรื่องการต่อสู้.
[7] ทั้งในการต่อสู้และไม่ต่อสู้.






