อัลกุรอานไม่ใช่เพียงคัมภีร์ที่อ่าน แต่คือสัญญาของอัลลอฮ์ที่ต้องพินิจความหมายและน้อมนำคำสั่งสอนไปปฏิบัติ เพื่อให้หัวใจเปี่ยมด้วยศรัทธาและทางนำ
شَهْرُ رَمَضَانَ الَّذِي أُنزِلَ فِيهِ الْقُرْآنُ هُدًى لِّلنَّاسِ وَبَيِّنَاتٍ مِّنَ الْهُدَىٰ وَالْفُرْقَانِ … البقرة : ١٨٥
เดือนร่อมะฎอนซึ่ง (เป็นเดือนที่) อัลกุรอานถูกประทานลงมาในเดือนนั้น (เพื่อ) เป็นทางนำสำหรับมนุษยชาติ เป็นหลักฐานแยกแยะทางนำ และเป็นตัวจำแนกความถูกผิด… (อัลบะก่อเราะฮ์ / 185)
การพินิจพิเคราะห์ความหมายของอัลกุรอาน และรับเอาคำสั่งสอนนั้นมาประพฤติปฏิบัติ
โดยธรรมชาติแล้ว คำสั่งสอนจากอิสลามในเรื่องการเรียนการสอนอัล กุรอานนั้นก็เพื่อให้ทำความเข้าใจอัลกุรอาน พินิจความหมายของแต่ละโองการ และน้อมนำเอาคำสั่งสอนนั้นปฏิบัติตาม, ท่านศาสดาแห่งอิสลาม (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะอาลิฮีวะซั้ลลัม) ได้มีวจนธรรมถึงเรื่องความสัมพันธ์ของอัลกุรอาน หัวใจ และความศรัทธาว่า:
مَنْ تَعَلَّمَ الْقُرْآنَ وَلَمْ يَعْلَمْ بِهِ، وَآثَرَ عَلَيْهِ حُبَّ الدُّنْيَا وَزِيْنَتَهَا، اِسْتَوْجَبَ سَخَطَ اللَّهِ، وَكَانَ فِي الدَّرَجَةِ مَعَ الْيَهُوْدَ وَالنَّصَارَى اَلَّذِيْنَ يَنْبِذُوْنَ كِتَابَ اللهِ ظُهُوْرِهِمْ.[1]
“บุคคลใดที่เรียนอัลกุรอานแต่ไม่รู้จักอัลกุรอาน, อีกทั้งให้ความรักและเครื่องประดับประดาของโลกนี้มีอิทธิพลต่อตนเอง นั่นจะเป็นเหตุให้อัลลอฮ์ทรงพิโรธ และเขาอยู่ในระดับขั้นเดียวกับพวกยะฮูดีและนัศรอนี, บุคคลผู้ซึ่งโยนคัมภีร์แห่งอัลลอฮ์ไว้เบื้องหลังของพวกเขา (บอกปัดโดยไม่สนใจใยดี)”
اَلْقُلُوْبُ أَرْبَعَةٌ : فَقَلْبٌ فِيْهِ إِيْمَانٌ وَلَيْسَ فِيْهِ الْقُرْلآنُ، وَقَلْبٌ فِيْهِ قُرْآنُ وَإِيْمَانٌ، وَقَلْبٌ فِيْهِ قُرْآنٌ وَلَيْسَ فِيْهِ إِيْمَانٌ، وَقَلْبٌ لَا قُرْآنَ فِيْهِ وَلَا إِيْمَانَ، فَأَمَّا الْقَلْبُ الَّذِي فِيْهِ إِيْمَانٌ وَلَيْسَ فِيْهِ قُرْآنٌ كَالثَّمَرَةِ طَيِّبٌ لَيْسَ لَهَا رِيْحٌ، وَأَمَّا الْقَلْبُ الَّذِي فِيْهِ قُرْآنٌ وَلَيْسَ فِيْهِ إِيْمَانٌ كَالأُشْنَةِ طَيِّبٌ رِيْحُهَا خَبِيْثٌ طَعْمُهَا، وَأَمَّا الْقَلْبُ الَّذِي فِيْهِ إِيْمَانٌ وَقُرْآنٌ كَجِرَابِ الْمِسْكِ إِنْ فُتِحَ فَتَحَ طِيْبًا وَإِنْ وُعِيَ وَعِيَ طِيْبًا، وَأَمَّا الْقَلْبُ الِّذِي لَا قُرْآنَ فِيْهِ وَلَا إِيْمَانَ كَالْحَنْظَلَةِ خَبِيْثٌ رِيْحُهَا خَبِيْثٌ طَعْمُهَا.[2]
“หัวใจมี 4 ประเภท, หัวใจที่มีศรัทธาแต่ไม่มีอัลกุรอาน, หัวใจที่มีอัลกุรอานและมีศรัทธา, หัวใจที่มีอัลกุรอานแต่ไม่มีศรัทธา, และหัวใจที่ไม่มีอัลกุรอานและไม่มีศรัทธา, หัวใจซึ่งมีศรัทธาอยู่ในหัวใจนั้นแต่ไม่มีอัลกุรอานอยู่ในนั้นก็เปรียบเสมือนผลไม้ดีที่ไม่มีกลิ่นหอม, ส่วนหัวใจซึ่งมีอัลกุรอานอยู่ในนั้นแต่ไม่มีศรัทธาก็เปรียบเสมือนสาหร่ายมีกลิ่นดีแต่รสชาติแย่, ส่วนหัวใจซึ่งมีทั้งศรัทธาและอัลกุรอานก็เปรียบเสมือนฝาขวด (น้ำหอม) กลิ่นชะมด หากถูกเปิดมันก็จะเปิดเอาความหอม-ออกมา- แต่หากกักเก็บไว้-ปิดฝา-มันก็ยังคงรักษาความหอม-เอาไว้-, ส่วนหัวใจที่ไม่มีทั้งอัลกุรอานและไม่มีศรัทธาในนั้น ก็เปรียบเสมือนกับต้นขี้กาเทศ กลิ่นไม่ดี รสชาติก็แย่”
สารธรรมจากวจนธรรมของท่านศาสดา (ซล.) และวจีธรรมของท่านอิมาม (อ.)
1) เราต้องทำให้หัวใจของเรามีทั้งศรัทธาอันเต็มเปี่ยมและพร้อมที่จะให้อัลกุรอานเป็นทางนำสำหรับชีวิตของเรา.
2) ความศรัทธาประดุจดังผลไม้ที่ต้องมีการบริโภค ทว่าอัลกุรอานนั้นจะทำให้มันหอมหวานและมีรสชาติชวนให้บริโภคมากขึ้น.
ความสำคัญของการไตร่ตรองอัลกุรอานอันจำเริญ
“การไตร่ตรอง” ก็คือ การพินิจพิจารณาด้วยการใช้เครื่องมือที่ก่อให้ เกิดความคิดและการสอบถามที่เป็นตรรกะ-มีเหตุมีผล- เพื่อไปให้ถึงยังความหมายใหม่ซึ่งตัวบทอัลกุรอานได้คาดหมายเอาไว้ สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ในภาษาอาหรับ เชื่อมประโยคอัลกุรอานเข้าด้วยกัน เชื่อมบทอัลกุรอานเข้าด้วยกัน และสร้างความกระจ่างในคำถามอันหลากหลายที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์เหล่านั้น.
อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงมีพระบัญชาเรื่องนั้นแก่เราว่า :
أَفَلَا يَتَدَبَّرُونَ الْقُرْآنَ ۚ وَلَوْ كَانَ مِنْ عِندِ غَيْرِ اللَّـهِ لَوَجَدُوا فِيهِ اخْتِلَافًا كَثِيرًا – النساء : ٨٢
พวกเขาไม่ได้พินิจพิจารณาอัลกุรอานหรอกหรือว่า หากมาจากผู้อื่นนอกจากอัลลอฮ์แล้วไซร้ พวกเขาจะต้องพบกับความขัดแย้งอย่างมากมายในนั้น. (อันนิซาอ์ / 82)
أَفَلَا يَتَدَبَّرُونَ الْقُرْآنَ أَمْ عَلَىٰ قُلُوبٍ أَقْفَالُهَا – محمد : ٢٤
พวกเขาไม่ได้พินิจพิจารณาอัลกุรอาน หรอกหรือ ? หรือว่าบนหัวใจของพวกเขามีตราประทับปิดอยู่. (มุฮัมมัด / 24)
ท่านอิมามโคมัยนี (กุดดิซะซิ้รรุฮ์) กล่าวในหนังสือ “อัลอั้รบะอูนฮะดีษ”[3] ของท่านว่า: หนึ่งในคำสั่งเสียของท่านศาสดาผู้ทรงเกียรติ (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะอาลิฮีวะซั้ลลัม) ก็คือคำบัญชาให้อัญเชิญอ่านอัลกุรอานที่ว่า :
وَعَلَيْكَ بِتِلَاوَةِ الْقُرْآنِ عَلَى كُلِّ حَالٍ.[4]
“ท่านต้องอัญเชิญอ่านอัลกุรอานในทุกสภาพการณ์”
ปัญญาอันบกพร่องของเราไม่อาจจะรับรู้ถึงความประเสริฐของการอัญเชิญอ่าน การพกพา การเรียน การยึดเหนี่ยว การตามติด และการไตร่ตรองความหมายและรหัสของอัลกุรอานได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์, รายงานเรื่องราวศาสนาที่มาจากบ้านอันพิสุทธิ์-อะฮ์ลุลบัยต์-ในเรื่องนี้นั้นมีมากมายเกินที่จะพรรณนาในหนังสือเล่มนี้ได้, อย่างไรก็ดี เราก็ขอนำเสนอมากล่าวโดยสรุปดังนี้
ท่านอิมามญะอ์ฟัร อัศศอดิก (อะลัยฮิสซะลาม) มีวจีธรรมความว่า:
اَلْقُرْآنُ عَهْدُ اللهِ إِلَى خَلْقِهِ فَقَدْ يَنْبَغِي لِلْمَرْءِ الْمُسْلِمِ أَنْ يَنْظُرَ فِي عَهْدِهِ، وَأَنْ يَقْرَأَ مِنْهُ فِي كُلِّ يَوْمٍ خَمْسِيْنَ آيَةً.[5]
“อัลกุรอานเป็นสัญญาของอัลลอฮ์ที่มีต่อสิ่งถูกสร้างของพระองค์ จึงเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่มุสลิมควรดูสัญญาของพระองค์ และควรที่จะอ่านทุกวัน ๆ ละ 50 โองการ”.
ท่านอิมามอะลี ซัยนุ้ลอาบิดีน (อะลัยฮิสซะลาม) มีวจีธรรมความว่า:
آيَاتُ الْقُرْآنِ خَزَائِنُ فَكُلَّمَا فُتِحَتْ خَزِيْنَةٌ يَنْبَغِي لَكَ أَنْ تَنْظُرَ فِيْهَا.[6]
“โองการแห่งอัลกุรอานเป็นขุมทรัพย์ ทุกครั้งที่ขุมทรัพย์หนึ่งถูกเปิดออกมา ก็เป็นการสมควรที่ท่านจะมองดูขุมทรัพย์นั้น”.
ประโยชน์อันพึงได้รับจากวจีธรรมทั้งสองนั้นก็คือผู้ที่ได้อ่านอัลกุรอานนั้นควรต้องมีการไตร่ตรองและพินิจพิจารณาในความหมายของอัลกุรอานด้วย การครุ่นคิดในความหมายของโองการแห่งพระเจ้านี้ และการน้อมนำเอาศาสตร์ วิทยปัญญา และความเชื่อในความเป็นเอกานุภาพของพระเจ้าที่มาจากอัลกุรอานนั้น, เพียงโองการที่ว่า พวกเขาไม่ได้พินิจพิจารณาอัลกุรอาน หรอกหรือ ? หรือว่าบนหัวใจของพวกเขามีตราประทับปิดอยู่ นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับการใจใส่ในประเด็นนี้ ทว่ายังปรากฏมีรายงานวจีธรรมมากมายที่มีบัญชาให้เราได้ย้อนกลับไปตรวจสอบความเชื่อความศรัทธาและการปฏิบัติตนของเราจากอัลกุรอานและคิดใคร่ครวญถึงโองการต่าง ๆ ของอัลกุรอานนั้น, มีรายงานหนึ่งถูกถ่ายทอดมาจากท่านอิมามอะมีรุ้ลมุอ์มิน อะลี บินอะบีฏอลิบ (อะลัยฮิสซะลาม) ที่ท่านกล่าวว่า :
أَلَا لَا خَيْرَ فِي قِرَاءَةٍ لَيْسَ فِيْهَا تَدَبُّرٌ.[7]
“พึงสังวร ไม่ดีเลยที่มีแต่การอ่านโดยไม่มีการคิดใคร่ครวญในโองการต่าง ๆนั้น”.
สรุปก็คือในระหว่างที่มีการอัญเชิญอ่านอัลกุรอานก็ควรมโนภาพของโองการนั้น ๆ ในหัวใจของเรา และให้การบัญชาใช้และการบัญชาห้ามนั้นส่งผลในหัวใจของเรา และทำให้ศาสนบัญญัติและคำสั่งสอนที่มาจากพระเจ้านั้นมั่นคงยิ่งขึ้น[8].
…
วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม 2568 / 13 ร่อมะฎอน 1446
- เชิงอรรถ
[1] العلامة المجلسي : بحار الأنوار، ج73، ص361.
[2] الميرزا النوري : مستدرك الوسائل، ج4، ص231.
[3] الإمام الخميني، السيد روح الله الموسوي : الأربعون حديثاً، تعرل السيد محمد الغروي، مؤسسة تنظيم ونشر آثار الإمام الخميني – قسم الشؤون الدولية، إيران – طهران، 2003 م، ط6، ص520-521.
[4] الشيخ الكليني : الكافي، ج8، ص79.
[5] المصدر نفسه، ج2، ص609.
[6] المصدر نفسه، ج2، ص609.
[7] المصدر نفسه، ج1، ص36.
[8] الإمام الخميني، الأربعون حديثاً، مصدر سابق، ج1، ص36.


