รากฐานอิสลาม (3)

18
This entry is part 3 of 5 in the series รากฐานอิสลาม

รากฐานที่ 11 : การมีอยู่เป็นระบอบอันสมบูรณ์แบบ

ระบอบแห่งการสร้างสรรค์ที่มีอยู่นี้คือระบอบที่สมบูรณ์แบบและงดงามที่สุด, เครื่องมือของการมีอยู่ถูกสร้างมาในรูปลักษณ์ที่ดีที่สุด ที่ไม่อาจจินตนาการถึงความสมบูรณ์แบบและความดียิ่งไปมากกว่านี้

ทุกสรรพสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยอัลลอฮ์ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) นั้นมีความสวยงามและสมบูรณ์ในตัวของมันเอง ถึงแม้ว่าเรายังไม่อาจจินตนาการหรือเข้าใจถึงความสมบูรณ์แบบของมันได้ก็ตาม เพราะความจำกัดทางปัญญาของเราในฐานะมนุษย์นั่นเอง อัลกุรอานกล่าวในเรื่องนี้ว่า,

الَّذِي‭ ‬أَحْسَنَ‭ ‬كُلَّ‭ ‬شَيْءٍ‭ ‬خَلَقَهُ‭ … ‬﴿السجدة‭ : ‬٧﴾

ผู้ซึ่งทรงสร้างทุกสรรพสิ่งอย่างสวยงามยิ่ง … (อัซซัจญ์ดะฮ์ / 7)

หลักฐานทางปัญญาก็สนับสนุนเรื่องดังกล่าว เพราะการกระทำของผู้กระทำย่อมต้องเหมาะสม-ในด้านความสมบูรณ์และความบกพร่อง-กับสิ่งที่ผู้กระทำสิ่งนั้น ไม่ว่าจะเป็นด้านลักษณะและความสมบูรณ์แบบ ดังนั้น เมื่อผู้กระทำปลอดพ้นจากทุกลักษณะแห่งความบกพร่อง การกระทำของเขาก็ย่อมต้องปลอดจากความขาดตกบกพร่องและความบกพร่องทุกชนิด

โดยที่อัลลอฮ์ทรงได้รับการระบุลักษณะแห่งความสมบูรณ์แบบในรูปแบบที่สมบูรณ์อันเป็นที่สุดนั้น การกระทำของพระองค์-เป็นธรรมดา-ก็ย่อมต้องเป็นการกระทำที่สมบูร์และประเสริฐสุดด้วย

สมควรที่จะต้องกล่าวย้ำไว้ด้วยว่า ทุกสิ่งในโลกธรรมชาติที่อาจเรียกว่าเป็นสิ่งชั่วร้ายนั้น ไม่ขัดแย้งกับระบอบอันสมบูรณ์แบบของสิ่งที่มีอยู่, การไขความกระจ่างในประเด็นนี้จะตามมาในหัวข้อการถกเถียงทางวิชาการเรื่อง “ความเป็นเอกานุภาพในด้านการเป็นองค์ผู้ทรงสรรค์สร้าง”

รากฐานที่ 12 : มีวิทยปัญญาอยู่ในการสร้างสรรค์ของอัลลอฮ์  (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา)

โลกแห่งการสร้างสรรค์ของอัลลอฮ์ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) นั้นคือโลกที่เป็นสัจธรรม ล้วนมีความจริงแท้ซ่อนอยู่ ไม่มีสิ่งใดเลยที่ถูกสร้างอย่างไร้สาระและไม่มีเป้าหมาย อัลกุรอานได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า,

مَا‭ ‬خَلَقْنَا‭ ‬السَّمَاوَاتِ‭ ‬وَالْأَرْضَ‭ ‬وَمَا‭ ‬بَيْنَهُمَا‭ ‬إِلَّا‭ ‬بِالْحَقِّ‭ … ‬﴿الأحقاف‭ : ‬٣﴾

เรามิได้สร้างชั้นฟ้าทั้งหลาย ผืนแผ่นดิน และสรรพสิ่งที่อยู่ระหว่างมันทั้งสอง นอกจากเป็นไปตามสัจธรรม … (อัลอะห์กอฟ / 3)

การสิ้นสุดของโลกนี้และมนุษย์จะเกิดขึ้นเมื่อวันกิยามะฮ์อุบัติขึ้น, ดังที่ท่านอิมามอะมีรุ้ลมุอ์มินีน อะลี (อะลัยฮิสซะลาม) มีวจีธรรมไว้ว่า

فَإِنَّ‭ ‬الْغَايَةَ‭ ‬الْقِيَامَةُ

“การสิ้นสุดก็คือวันกิยามะฮ์”

มนุษย์ในทัศนะของอิสลาม

รากฐานที่ 13 : มนุษย์

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตหนึ่งที่ประกอบไปด้วยร่างกายและจิตวิญญาณ, ร่างกายย่อมต้องเน่าเปื่อยภายหลังจากความตาย และชิ้นส่วนต่างๆของมันย่อมต้องสลาย, ส่วนจิตวิญญาณนั้นยังคงทำหน้าที่เชื่อมต่อการมีชีวิตของมัน (ในอีกลักษณะหนึ่ง), การตายของมนุษย์ไม่ได้หมายถึงการสูญสิ้นของเขา เพราะมันจะดำเนินต่อไปในรูปของ “ชีวิตคั่นกลาง” (ฮะยาตุน บั้รซะคียะฮ์) จนกระทั่งถึงวันกิยามะฮ์, อัลกุรอานได้ชี้ให้เห็นในตอนที่อธิบายระดับขั้นของการสร้างมนุษย์และการสร้างส่วนประกอบ จนก้าวสู่ขั้นตอนนั้น ซึ่งก็คือเกิดขึ้นด้วยการเป่าดวงวิญญาณเข้าไปในร่าง เมื่อพระองค์ตรัสว่า

‭… ‬ثُمَّ‭ ‬أَنشَأْنَاهُ‭ ‬خَلْقًا‭ ‬آخَرَ‭  … ‬﴿‭ ‬المؤمنون‭ : ‬١٤﴾

…และแล้วเราก็ได้บังเกิดมันให้เป็นสิ่งถูกสร้างอีกรูปลักษณ์หนึ่ง…. (อัลมุอ์มินูน / 14)

ดังที่อัลกุรอานก็ได้ชี้ให้เห็นถึงการมีชีวิตคั่นกลางในหลายอายะฮ์ด้วยกัน อาทิ

وَمِن‭ ‬وَرَائِهِم‭ ‬بَرْزَخٌ‭ ‬إِلَىٰ‭ ‬يَوْمِ‭ ‬يُبْعَثُونَ‭ ‬﴿المؤمنون‭ : ‬١٠٠﴾

…เบื้องหลังของพวกเขาก็คือกำแพงกั้น ตราบจนวันที่พวกเขาถูกทำให้ฟื้นคืนชีพ. (อัลมุอ์มินูน / 100)

รากฐานที่ 14 : มนุษย์ถูกสร้างตามสภาวะธรรมชาติอันบริสุทธิ์  (ฟิฏเราะฮ์)

มนุษย์ทุกคนถูกให้กำเนิดตามสภาวะธรรมชาติอันสะอาดบริสุทธิ์ที่วางอยู่บนหลักการแห่งเอกานุภาพ โดยที่เมื่อเขายังคงดำรงอยู่ในสภาพที่ห่างไกลจากผลของตัวแปรภายนอก (เช่น การฝึกฝนอบรม ความรักความผูกพัน และการโฆษณาชวนเชื่อ) ซึ่งเป็นเหตุทำให้ความเชื่อของเขาหลงทางไป, เขาก็ยังดำเนินไปตามวิถีแห่งสัจธรรม

การกำเนิดในลักษณะที่ไม่ดีหรือมีความบกพร่องทางกายใช่ว่าจะเป็นประเด็นหลัก, ทว่าความชั่วและความน่ารังเกียจนั้นเป็นเรื่องของลักษณะที่เกิดจากภายนอก มีต้นกำเนิดจากตัวแปรภายในและเจตนารมณ์เสรี

ด้วยเหตุนี้เองที่ ความคิดในเรื่องการทำบาปที่ติดตัวมา (แต่กำเนิด) ในลูกหลานอาดัม ที่ได้มีการพูดถึงในแนวความคิดของคริสต์ชนในยุคปัจจุบันนี้นั้น จึงไม่มีฐานรองรับความถูกต้องแต่อย่างใด

ดังที่อัลกุรอานกล่าวว่า

فَأَقِمْ‭ ‬وَجْهَكَ‭ ‬لِلدِّينِ‭ ‬حَنِيفًا‭ ‬ۚ‭ ‬فِطْرَتَ‭ ‬اللَّـهِ‭ ‬الَّتِي‭ ‬فَطَرَ‭ ‬النَّاسَ‭ ‬عَلَيْهَا‭ … ‬﴿الروم‭ : ‬٣٠﴾

ฉะนั้น เจ้าจงผินหน้าของเจ้าสู่ศาสนาอันมุ่งมั่นสู่สัจธรรม ที่เป็นธรรมชาติดั้งเดิมของอัลลอฮ์ซึ่งพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ตามวิถีนั้น…(อัรรูม / 30)

กล่าวคือ มนุษย์นั้นถูกสร้างมาด้วยสภาวธรรมอันสะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีใครเลวหรือชั่วโดยกำเนิด      การอบรมและการปลูกฝังคือปัจจัยที่สำคัญที่สุด

รากฐานที่ 15 : มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเจตนารมณ์เสรี

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเจตนารมณ์เสรี เป็นผู้มีมีสิทธิ์เลือก หมายความว่า หลังจากที่เขาได้เรียนรู้แง่มุมต่าง ๆ ของเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่มันแจ่มแจ้งในปัญญาของเขา เขามีสิทธิ์เลือกที่จะทำหรือละทิ้งการกระทำนั้น โดยไม่มีการถูกบังคับ

إِنَّا‭ ‬هَدَيْنَاهُ‭ ‬السَّبِيلَ‭ ‬إِمَّا‭ ‬شَاكِرًا‭ ‬وَإِمَّا‭ ‬كَفُورًا‭ ‬﴿الإنسان‭ : ‬٣﴾

แท้จริง เราได้ชี้นำทางแก่เขา บางทีเขาอาจเป็นผู้ขอบคุณและบางทีเขาอาจเป็นผู้ปฏิเสธ. (อัลอินซาน / 3)

وَقُلِ‭ ‬الْحَقُّ‭ ‬مِن‭ ‬رَّبِّكُمْ‭  ‬ۖ‭ ‬فَمَن‭ ‬شَاءَ‭ ‬فَلْيُؤْمِن‭ ‬وَمَن‭ ‬شَاءَ‭ ‬فَلْيَكْفُرْ‭ … ‬﴿الكهف‭ : ‬٢٩﴾

จงกล่าว (บอกไป) ว่า “สัจธรรมมาจากพระผู้อภิบาลของพวกท่าน ฉะนั้น บุคคลใดประสงค์ (ที่จะมีศรัทธา) ก็จงมีศรัทธา ส่วนบุคคลใดประสงค์ (ที่จะปฏิเสธ) ก็จงปฏิเสธ”… (อัลกะฮ์ฟิ / 29)

Series Navigation<< รากฐานอิสลาม (2)รากฐานอิสลาม (4) >>