- รากฐานอิสลาม (1)
- รากฐานอิสลาม (2)
- รากฐานอิสลาม (3)
- รากฐานอิสลาม (4)
- รากฐานอิสลาม (5)
รากฐานที่ 16 : มนุษย์เป็นสิ่งถูกสร้างที่มีความพร้อมสำหรับการขัดเกลาและการฟูมฝัก
เมื่อสภาวธรรมอันบริสุทธิ์ของมนุษย์ (ฟิฏเราะฮ์) ยังไม่ถูกทำลายด้วยปัจจัยภายนอก, มนุษย์ก็มีความพร้อมอย่างสมบูรณ์แบบต่อการเลือกทำดีและละชั่ว และมีความสามารถที่จะดำเนินไปในเส้นทางแห่งการได้รับการนำทางสู่ความผาสุก, อัลกุรอานกล่าวว่า
فَقُلْ هَل لَّكَ إِلَىٰ أَن تَزَكَّىٰ وَأَهْدِيَكَ إِلَىٰ رَبِّكَ فَتَخْشَىٰ ﴿النازعات : ﴾
ให้กล่าว (แก่เขา) ว่า “ท่าน (ต้องการที่) จะขัดเกลา (ตัวตนจากความอหังการนั้น) หรือไม่ ?”. (18) “ฉันจะชี้นำท่านสู่พระผู้อภิบาลของท่าน แล้วท่านก็จะได้เกรงกลัว (ไม่ฝ่าฝืนพระบัญชาของพระองค์)”. (อันนาซิอาต / 18-19)
แต่เมื่อเขาพลาดพลั้งไปไปในบางขณะจิต ประตูแห่งการกลับตัวกลับใจ (เตาบะฮ์) ก็ยังคงเปิดรอเขาอยู่ ประการสำคัญที่สุด เขาต้องไม่สิ้นหวังต่อพระเมตตาของอัลลอฮ์ ดังที่พระองค์ตรัสว่า
قُلْ يَا عِبَادِيَ الَّذِينَ أَسْرَفُوا عَلَىٰ أَنفُسِهِمْ لَا تَقْنَطُوا مِن رَّحْمَةِ اللَّـهِ ۚ إِنَّ اللَّـهَ يَغْفِرُ الذُّنُوبَ جَمِيعًا ۚ إِنَّهُ هُوَ الْغَفُورُ الرَّحِيمُ ﴿الزمر : ٥٣﴾
จงกล่าว (บอก) ไป “ปวงบ่าวของข้าเอ๋ย ผู้ซึ่ง (ทำผิดหลักการศาสนาจน) เลยเถิด (อันเป็นผลเสีย) ต่อตัวพวกเขาเอง พวกท่านอย่าได้หมดหวังต่อความการุณย์ของอัลลอฮ์ แท้จริงอัลลอฮ์จะทรงอภัยโทษบาปทั้งหมด พระองค์คือผู้ทรงเปี่ยมไปด้วยการให้อภัยผู้ทรงกรุณาเสมอ” (อัซซุมั้ร / 53)
ขณะเดียวกันเขาก็เป็นอิสระที่จะเลือกในเส้นทางตรงกันข้าม อันจะนำมาซึ่งความอัปโชคทั้งโลกนี้และโลกหน้า
รากฐานที่ 17 : มนุษย์เป็นสิ่งถูกสร้างที่มีภาระรับผิดชอบ
เมื่อมนุษย์มีปัญญาตัดสินความดีความชั่วและมีความเป็นอิสระที่จะเลือกทำดีหรือทำชั่ว เขาจึงต้องมีความรับผิดชอบในสิ่งที่เขาเลือกและกระทำลงไป เขาจะต้องถูกสอบสวนในวันแห่งการพิพากษา (เยามุดดีน) ถึงการกระทำทุกอย่างที่เขาได้ทำลงไปในโลกนี้ ซึ่งก็คือวาระเริ่มต้นของการมีชีวิตอันเป็นนิรันดร์ในโลกหน้านั่นเอง อัลกุรอานกล่าวว่า
أَيَحْسَبُ الْإِنسَانُ أَن يُتْرَكَ سُدًى ﴿القيامة : ٣٦﴾
มนุษย์คิดหรือว่า เขาจะถูกปล่อยให้ใช้ชีวิตในสภาพไร้แก่นสาร. (อัลกิยามะฮ์ / 36)
ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิ วะอาลิฮีวะซั้ลลัม) ได้มีวจนะในเรื่องนี้ว่า
كُلُّكُمْ رَاعٍ وَكُلُّكُمْ مَسْؤُوْلٌ عَنْ رَعِيَتِهِ.
“พวกท่านทุกคนเป็นผู้มีภาระหน้าที่ต้องดูแล และพวกท่านทุกคนก็ต้องถูกสอบสวนถึงภาระหน้าที่ต้องดูแลของท่านนั้น”
รากฐานที่ 18 : มาตรวัดความเหนือกว่าในระหว่างมนุษย์ด้วยกัน
ไม่มีมนุษย์คนใดที่จะมีความเหนือกว่ามนุษย์คนอื่นในด้านชาติกำเนิด สีผิว และเผ่าพันธุ์ นอกจากเป็นไปตามสิ่งที่เขาได้ขวนขวายไว้ อันเป็นการเสริมระดับความสูงส่งทางจิตวิญญาณของเขานั่นเอง ยิ่งมนุษย์คนใดมีความสูงส่งทางจิตวิญญาณมากเท่าใด ซึ่งนั่นก็คือความยำเกรงต่อพระเจ้านั้น เขาก็จะมีความโดดเด่นและเหนือกว่ามนุษย์ผู้อื่น ดังที่อัลกุรอานกล่าวว่า
يَا أَيُّهَا النَّاسُ إِنَّا خَلَقْنَاكُم مِّن ذَكَرٍ وَأُنثَىٰ وَجَعَلْنَاكُمْ شُعُوبًا وَقَبَائِلَ لِتَعَارَفُواج إِنَّ أَكْرَمَكُمْ عِندَ اللَّـهِ أَتْقَاكُمْج إِنَّ اللَّـهَ عَلِيمٌ خَبِيرٌ ﴿الحجرات : ١٣﴾
มนุษยชาติเอ๋ย แท้จริงเราได้สร้างพวกเจ้าทั้งชายและหญิง และเราได้ดลบันดาลให้พวกเจ้าเป็นเผ่าพันธุ์และวงศ์ตระกูลเพื่อจะได้รู้จักกัน แท้จริงผู้ที่มีเกียรติที่สุดในหมู่พวกเจ้า ณ อัลลอฮ์ก็คือผู้มีความยำเกรงที่สุดในหมู่พวกเจ้า แท้จริงอัลลอฮ์คือผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงรู้แจ้ง. (อัลฮุญุรอต / 13)
ตามหลักการดังกล่าวนี้เองที่ความพิเศษด้านเชื้อชาติ ถิ่นกำเนิด และอื่น ๆ นั้นไม่ถือว่าเป็นจุดเด่นตามทัศนะของอิสลาม อันจะเป็นเหตุให้เกิดการแยกแยะ การถือตน การแสดงความยโส และการอวดตนว่าเหนือบุคคลอื่น
รากฐานที่ 19 : พื้นฐานทางจริยธรรมอันมั่นคง
พื้นฐานทางจริยธรรมซึ่งในความเป็นจริงจะเป็นฐานกำเนิดความเป็นตัวตนของมนุษย์นั้น มีรากเหง้าอันดั้งเดิม เป็นพื้นฐานที่มั่นคงและอยู่ยง มันจะไม่เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา สภาวะ และพัฒนาการทางสังคม
อาทิ ความดีงามของการปฏิบัติตามสัญญา และความดีงามของการตอบแทนความดีด้วยความดี เป็นประเด็นที่ตายตัวและความจริงที่มั่นคงตลอดกาล, นี่เป็นกฎเกณฑ์ทางจริยะที่ไม่มีวันเปลี่ยน
นี่ก็คือกฎเกณฑ์ที่ว่า “การบิดพลิ้วและการผิดสัญญาเป็นเรื่องน่ารังเกียจ”
จากพื้นฐานดังกล่าวนี้เองที่ ในชีวิตทางสังคมของมนุษย์อันมีลักษณะเป็นกลุ่มก้อนที่มีฐานรากซึ่งผสมผสานอยู่กับ “ธรรมชาติดั้งเดิม” (ฟิฏเราะฮ์) และสภาวะทางธรรมชาติของมนุษย์ อันเป็นสิ่งที่แน่นอนและตายตัว
อัลกุรอานได้ชี้ชวนให้เห็นถึงรากเหง้าและพื้นฐานทางจริยะที่มีเหตุมีผลอันมั่นคงบางประการ ดังนี้
هَلْ جَزَاءُ الْإِحْسَانِ إِلَّا الْإِحْسَانُ ﴿الرحمن : ٦٠﴾
จะมีการตอบแทนคุณงามความดีใดเล่า นอกจากคุณงามความดีเช่นกัน. (อัลเราะห์มาน /60)
… مَا عَلَى الْمُحْسِنِينَ مِن سَبِيلٍج … ﴿التوبة : ٩١﴾
…ไม่มีทางใดที่จะกล่าวโทษต่อบรรดาผู้มีคุณงามความดี… (อัตเตาบะฮ์ / 91)
… فَإِنَّ اللَّـهَ لَا يُضِيعُ أَجْرَ الْمُحْسِنِينَ ﴿ يوسف : ٩٠﴾
…อัลลอฮ์จะไม่ทรงลดหย่อนรางวัลของบรรดาผู้กระทำการงานที่ดีเยี่ยมเลย” (ยูซุฟ / 90)
إِنَّ اللَّـهَ يَأْمُرُ بِالْعَدْلِ وَالْإِحْسَانِ وَإِيتَاءِ ذِي الْقُرْبَىٰ وَيَنْهَىٰ عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنكَرِ وَالْبَغْيِج … ﴿النحل : ٩٠﴾
แท้จริง อัลลอฮ์ทรงบัญชาใช้เรื่องความยุติธรรม การทำคุณงามความดี การมอบสิทธิ์แก่เครือญาติสนิท และทรงบัญชาห้ามเรื่องความลามกอนาจาร ความชั่ว และการล่วงละเมิด ทรงประทานโอวาทให้พวกเจ้า เผื่อพวกเจ้าจะคิดใคร่ครวญ. (อันนะห์ลุ / 90)
รากฐานที่ 20 : ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมของมนุษย์และสรรพสิ่งทั่วไป
พฤติกรรมของมนุษย์และการกระทำทั้งหลายที่มีผลติดตามมาด้วยกับรางวัลหรือการลงทัณฑ์ที่เหมาะสมกับพฤติกรรมในวันกิยามะฮ์นั้น, ย่อมแสดงผลทั้งดีหรือไม่ดีในโลกนี้ เพราะมันได้กลายเป็นพลังแห่งการขับเคลื่อนที่ถูกขนานนามในอัลกุรอานว่าเป็น “ผู้จัดการ” ที่คอยทำหน้าที่จัดการเรื่องราวของสิ่งที่ดำรงอยู่โดยอนุมัติแห่งอัลลอฮ์, พฤติกรรมทั้งหลายของมนุษย์ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีย่อมไม่อาจหลุดรอดไปจากตำแหน่งของผู้เฝ้ามอง, ในความเป็นจริง พฤติกรรมของมนุษย์ก็เป็นการกระทำอย่างหนึ่ง และเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นในโลกนี้ที่สิ้นสุดอยู่ที่ “ผู้จัดการดูแลเรื่องราว” นั้น ก็เป็นการสนองตอบต่อการกระทำของพวกเขานั่นเอง, นี่คือความจริงที่วะห์ยูอันเผยให้เห็นความจริงนี้ และมนุษย์ต้องมีสัมพันธ์กับความจริงนี้ด้วยพฤติกรรมของเขาไปยังระดับขั้นที่ควรจะเป็น
มีอายะฮ์อัลกุรอานมากมายที่กล่าวถึงประเด็นนี้ ดังตัวอย่างที่ว่า
وَلَوْ أَنَّ أَهْلَ الْقُرَىٰ آمَنُوا وَاتَّقَوْا لَفَتَحْنَا عَلَيْهِم بَرَكَاتٍ مِّنَ السَّمَاءِ وَالْأَرْضِ … ﴿٩٦﴾
หากชาวเมืองมีศรัทธาและมีความยำเกรง เราจะเปิด (ประตูแห่ง) ความจำเริญจากฟากฟ้าและผืนแผ่นดินแก่พวกเขา …. (อัลอะอ์รอฟ / 96)
