สตรีในคัมภีร์อัลกุรอานเปรียบเสมือนแสงสว่างที่ส่องผ่านความมืดแห่งความเขลา และพระเจ้าได้ยกย่องเธอให้มีสถานะที่เหมาะสมกับบทบาทอันสูงส่งในชีวิตของมนุษย์และสังคม การให้เกียรติสตรีในศาสนาอิสลามไม่ใช่เพียงคำขวัญ แต่เป็นความจริงที่ปรากฏชัดในทุกโองการที่กล่าวถึงเรื่องของเธอ บทบาทของเธอ และสิทธิและหน้าที่ของเธอ พระเจ้าได้ให้เกียรติสตรีด้วยการทำให้เธอเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นมนุษย์ และมอบความเท่าเทียมกับผู้ชายในด้านความรับผิดชอบและภารกิจ โดยมอบสิทธิและหน้าที่ที่สะท้อนถึงความเมตตาและความยุติธรรม
บทบาทความเป็นมารดา
ในบทบาทของความเป็นมารดา พระดำรัสของพระเจ้าเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและการยกย่องบทบาทอันยิ่งใหญ่ของเธอ โดยพระองค์ตรัสว่า
“และเราได้กำชับมนุษย์ให้มีความกตัญญูต่อบิดามารดาของเขา มารดาของเขาได้อุ้มท้องเขาด้วยความอ่อนแอเหนื่อยยากซ้ำแล้วซ้ำเล่า และการหย่านมของเขาในเวลา 2 ปี จงขอบคุณเราและบิดามารดาของเจ้า” [ลุกมาน: 14]
คำเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนเพียงแค่ความลำบากของมารดาในระหว่างการตั้งครรภ์และคลอดบุตร แต่ยังเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศที่ยกย่องการเสียสละของเธอที่มอบให้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
บทบาทความเป็นภรรยา
ในบทบาทของภรรยา อัลกุรอานได้นำเสนอภาพลักษณ์อันสมบูรณ์แบบของความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลระหว่างบุรุษและสตรี โดยเปรียบความสัมพันธ์นี้ว่าเป็นเครื่องนุ่งห่มที่ช่วยปกป้องและให้ความอบอุ่นแก่กันและกัน
“พวกนางคือเครื่องนุ่งห่มของพวกเจ้า และพวกเจ้าคือเครื่องนุ่งห่มของพวกนาง” [อัล-บะเกาะเราะฮฺ: 187]
นี่คือการเปรียบเทียบที่งดงามซึ่งแสดงถึงความใกล้ชิดและความเมตตาระหว่างคู่ชีวิต
บทบาทในสังคม
ในสังคม อัลกุรอานได้ยืนยันถึงบทบาทของสตรีในฐานะผู้มีส่วนร่วมสำคัญในการสร้างสรรค์ชีวิต และวางตำแหน่งให้เท่าเทียมกับผู้ชายทั้งในเรื่องการรับรางวัลและการรับโทษ รวมถึงการทำความดีเพื่อประโยชน์แก่สังคม
“แท้จริงบรรดามุสลิมชายและมุสลิมหญิง ผู้ศรัทธาชายและหญิง ผู้ภักดีชายและหญิง…” [อัล-อะห์ซาบ: 35]
ในโองการนี้ สตรีถูกกล่าวถึงควบคู่กับผู้ชายในทุกคุณธรรมและรางวัล
สตรีไม่ได้เป็นเพียงมารดาหรือภรรยาเท่านั้น แต่เธอยังเป็นปัจเจกบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในสังคม ตัวอย่างที่ชัดเจนคือเรื่องราวของท่านหญิงมัรยัม (มารีย์) ผู้ซึ่งพระเจ้าได้เลือกสรรและทำให้บริสุทธิ์ พร้อมยกย่องให้เหนือกว่าหญิงทั้งหลาย เธอเป็นแบบอย่างของความศรัทธา ความอดทน และความบริสุทธิ์
การยกย่องสตรีในอัลกุรอานไม่ได้จำกัดแค่ในเรื่องสิทธิและหน้าที่ แต่ยังชี้นำทางของเธอด้วยความรู้และปัญญา พร้อมสนับสนุนให้เธอเป็นแหล่งกำเนิดของความดีและการเปลี่ยนแปลง
“ดังนั้น พระเจ้าของพวกเขาจึงตอบรับว่า ‘แท้จริงเราไม่ทำให้การงานของผู้ทำงานคนใดต้องสูญเปล่า ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง พวกเจ้าคือส่วนหนึ่งของกันและกัน’” [อาลิ อิมรอน: 195]
เป็นการยืนยันถึงความเท่าเทียมกันในด้านการงานและผลตอบแทน
สตรีในอัลกุรอานคือมงกุฎแห่งเกียรติยศและแหล่งกำเนิดแสงสว่าง เธอคือโรงเรียนแห่งแรกที่หล่อหลอมคุณค่าและเป็นรากฐานที่รองรับการสร้างอารยธรรม พระเจ้าได้คุ้มครองเธอและยกย่องสถานะของเธอเพื่อเป็นพยานถึงความยุติธรรม ความเมตตา และพระปรีชาญาณของพระองค์ในสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง



